Thursday, August 02, 2007

จดหมายของลุง

2007-08-02

"วาดสิ่งที่อยู่ในจินตนาการของเธอด้วยดินสอ, ปากกา, ดินสอสี หรือว่าสีน้ำ วาดทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้จินตนาการถึงมัน ไม่ต้องกังวลถึงอะไรเกี่ยวกับคำชมเชยหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ที่เธอจะได้รับ ตัดสินในสิ่งที่เธอได้ทำไปด้วยตัวของเธอเอง"



ภาพ Le Corbusier กับ หนุ่มน้อยมิมี่ ในขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการสังเกตธรรมชาติ ที่ Cap-Martin


วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 1953
มีมี่

ฉันกำลังเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงเธออยู่ที่ม้านั่งในสถานนีรถไฟ มันเยี่ยมมากเลยที่เธอทำสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอเหมือนที่เธอกำลังทำอยู่ในตอนนี้ มันอาจจะยากสักหน่อยเพราะอายุเธอยังน้อย และพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับบริบทที่มีความชัดเจนมากๆ

เธอได้ก้าวผ่านก้าวที่สำคัญที่สุดไปข้างหน้าแล้ว เพราะเธอเลือกสถาปัตยกรรม แทนที่จะเลือกที่ทำการไปรษณีย์ แล้ววันหนึ่งเธอก็จะรู้ความจริงว่าตรงนี้เป็นทางแพร่งที่สำคัญมากๆ สถาปัตยกรรมกำลังเริ่มนับหนึ่งและก็กำลังดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นั่นเป็นทางเลือกที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกาลเวลา บุคคลิกภาพของเธอยังไม่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจน แต่ไม่แน่บางที่สิ่งนี้มันอาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าเธอสามารถคาดคะเน ปรารถนา และมีความหวังในมัน โดยพยายามทำในทิศทางที่ถูกต้อง โดยเตรียมสิ่งที่จะเกื้อหนุนต่อเธอได้โดยที่เธอต้องไม่หลอกตัวเอง

มีสิ่งดีๆที่เธอสามารถปฏิบัติได้ และมีประโยชน์มากๆ มันจะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความพอใจให้เธอได้ในอนาคตแน่ๆ

และนี่คือคำแนะนำที่มีประโยชน์ที่ว่านั้น:

ข้อที่หนึ่ง เรียนรู้เทคนิคต่างๆที่เกี่ยวกับการเขียนแบบ อย่างกระจ่างแจ้ง และสมบูรณ์แบบ ในหลายๆ มาตราส่วน ทั้งการเขียนด้วยดินสอ และการเขียนด้วยปากกา

ข้อที่สอง เรียนรู้ที่จะอธิบายรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ ด้วยความคิดที่เรียบง่าย โดยปราศจากการอวดอ้าง หากระดาษที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสมาใช้สำหรับฝึกฝน อย่าเสียเวลาไปกับการลบมัน(หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขียนแบบไม่ต้องกลัวว่าจะเลอะ-ผู้แปล)ไม่ต้องเขียนด้วยเส้นเนี้ยบๆ(cross-hatching) และอย่าเขียนแบบอวดรู้ในสิ่งที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจมัน

เมื่อเธอและเพื่อนของเธอ มีสมุดสำหรับใช้ฝึกฝนแล้ว ให้คิดโจทย์ขึ้นมาสำหรับใช้ในการฝึกในสมุดแบบฝึกหัดของเธอ ด้วยไม้บรรทัดและดินสอสี และกำหนดรูปแบบของแนวความคิดและการเขียนแบบของเธอขึ้นมา

ข้อที่สาม การเขียนภาพทัศนียภาพ (perspective) (เช่นเดียวกัน ควรเขียนลงบนกระดาษที่เป็นสี่เหลี่ยมที่มาตราส่วน 5 m/m) ด้วยสัดส่วนแบบนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาที่ยุ่งยากแต่มันจะทำให้เธอเขียนภาพทัศนียภาพได้ง่ายขึ้น!


ข้อที่สี่ วาดสิ่งที่อยู่ในจินตนาการของเธอด้วยดินสอ, ปากกา, ดินสอสี หรือว่าสีน้ำ วาดทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้จินตนาการถึงมัน ไม่ต้องกังวลถึงอะไรเกี่ยวกับคำชมเชยหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ที่เธอจะได้รับ ตัดสินในสิ่งที่เธอได้ทำไปด้วยตัวของเธอเอง และต่อไปนี้กฎที่่จะพูดถึงสิ่งที่เธอไม่ควรทำ : อย่าเขียนภาพจากหุ่นปูนปลาสเตอร์, ก้อนหิน, โครงสร้าง, ต้นไม้, หรือกิ่งไม้ แต่ให้เขียนจากความทรงจำของเธอที่มีต่อสิ่งเหล่านั้น ที่เข้ามากระทบความรู้สึกของเธอในขณะนั้น

อย่าให้อาจารย์แนะนำเธอเกี่ยวกับเรื่องศิลปะ ให้ถอยห่างออกมาและอยู่ในมุมของเธอเองแล้วพยายามก้าวเดินต่อไปข้างหน้า(แล้วมีมี่ควรจะเชื่อสิ่งที่ลุงคอร์บูฯ ร่ายยาวมาตั้งแต่แรกจนถึงบรรทัดนี่ไหมและเนี่ย(แซวเล่น ^_^)--ผู้แปล)

มองไปที่ก้อนเมฆบนฟ้าแล้วพยายามทำความเข้าใจให้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้นั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร(มันมีความแตกต่างกันมากนะ)

ยิ่งไปกว่านั้นพยายามวาดบ้านและทิวทัศน์ต่างๆเยอะๆ แต่ก็อย่าวาดด้วยความรู้สึกที่ว่ามีผู้อื่นได้ขอร้องให้ทำสิ่งเหล่านี้

ตอนนี้ให้พยายามเข้าใจกับคำแนะนำต่างๆ ของฉัน แล้วเธอจะสามารถก้าวไปข้างหน้าและค้นพบลักษณะเฉพาะที่เป็นแบบของเธอเองได้

บอกกับตัวเองเอาไว้ว่าเหล่านี้เป็นคำแนะนำที่ดี

เออ บอกฉันและเตือนฉันด้วย ว่าให้ส่งนิตยสารจากปารีสให้เธอ เพราะที่นี่มีนิตยสารมากมาย และเพียงพอที่จะส่งเพื่อจะแบ่งปันให้เธออ่าน

ส่งมาตามที่อยู่นี้
Mme Jeanne
Atelier L-C, 35 rue de Sevres Paris 6

รักษาความกล้าหาญของเธอไว้ จากเพื่อนของเธอ
เลอ คอร์บูซิเออร์


ปล.--ช่วงฤดูร้อนที่จะมาถึงนี้เธอคงจะมีเวลามากมาย อย่าลงทะเบียนเรียนวิชา "Decorative art" เป็นอันขาด เพราะเมื่อพวกเขามอบสิ่งนั้นให้แด่เธอ ก็เหมือนกับว่าพวกเขาได้ฆ่าเธอไปแล้ว(สมกับเป็นผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นทัศนะคติที่ลุงคอร์บูฯ มีต่อการตกแต่ง เหมือนที่พวกโมเดิร์นนิสท์ชอบพูดว่า "การตกแต่งเป็นอาชญากรรม" นั่นแหละ--วงเล็บนี้เป็นของผู้แปลเองวงเล็บถัดไปเป็นของคอร์บูฯ)(ขอร้องให้พี่สาวของเธอช่วยพิมพ์จดหมายฉบับนี้ เพื่อเธอจะได้สามารถอ่านมันได้ง่ายและเข้าใจมันได้มากขึ้นและก็อย่าลืมทำสำเนาส่งมาให้ฉันด้วย)

+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+

ด้านบนคือจดหมายที่ เลอ คอร์บูซิเออร์(Le Corbusier) เขียนถึงมิมี่ หนุ่มน้อยลูกชายของเพื่อนสนิทที่กำลังตัดสินใจเข้าเรียนสถาปัตยกรรม

ใครจะไปรู้ว่าการพบลุงคอร์บในช่วงฤดูร้อนในปี 1949 (corb--คือชื่อเล่นอย่างเป็นทางการของคอร์บูฯ ซึ่งนับตั้งแต่ตรงนี้จะเรียกคอร์บูฯ ว่าลุงคอร์บนะ โอฯป่ะ ) ทำให้เด็กน้อยทีี่ชื่อโรเบิร์ต รีบูตาโต้ หรือมิมี่ ประทับใจในอาชีพของลุง--สถาปนิก (และมีโอกาสได้ไปช่วยงานลุงคอร์บในอนาคต) ในห้วงเวลานั้น นั่นเองหลังจากที่ได้พบปะและพูดคุยกับลุง ที่ร้านอาหารริมทะเลของพ่อที่มีชื่อว่าThe Etoile de mer ที่ Cap-Martin ประเทศฝรั่งเศส

ใครจะไปรู้ว่า การไปเที่ยวที่ Cap-Martin ในครั้งนั้นทำให้ลุงคอร์บประทับใจกับทัศนียภาพที่งดงามของทะเลที่อยู่ตรงหน้ารวมถึงมิตรภาพและน้ำจิตน้ำใจของผู้คนแถวนั้น หรือพูดง่ายๆก็คือถูกชะตา จนทำให้ตัดสินใจสร้างบ้านพักตากอากาศเพื่อจะได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนๆ และพรรคพวกที่รักใคร่ ชอบพอกัน (หนึ่งในนั้นมี Eileen Gray สถาปนิกและนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่มีชื่อเสียงรวมอยู่ด้วย)

แต่บ้านพักตากอากาศของสถาปนิกที่นิตยสาร Time บอกว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด(ในทางสถาปัตยกรรม)ที่สุดในศตวรรษที่ 20 นั้นจะเป็นยังไง? หลายคนคงคิดว่าบ้านของลุงคงใหญ่โตหรูหรา หรือถ้าคิดแบบเศรษฐีไทยก็อาจจะบอกว่าคงจะต้องอบอุ่นสไตล์รีสอร์ทและมีสปาอยู่ในบ้านด้วย? หรือไม่ก็คงเรียบหรูอย่างมีเหตุมีผลแบบโมเดิร์นเหมือนที่ลุงได้ป่าวประกาศอุดมการณ์เอาไว้ในนิตยสาร L'Espirit Nouveau ของตัวเองในช่วงต้นศตวรรษ?

บางครั้งความจริงก็ชอบวิ่งสวนทางกับสิ่งที่เราคิดว่ามันควรจะเป็นอยู่บ่อยๆ บ่อยเสียจนมนุษย์เองก็น่าจะคบหาความไม่แน่นอนนี้เอาไว้เป็นเพื่อนได้เสียทีนึง (เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ บ่อยเสียจนมนุษย์อย่างเราๆน่าจะทำใจกับมันได้แล้ว?)

บ้านพักตากอากาศ Le Petit Cabanon ของลุงเป็นยังไงนั้น จะต้องเสียเวลาสาธยายทำไมก็ในเมื่อเรามีรูปถ่ายให้ดู ^_^


Le Petit Cabanon บ้านของลุงคอร์บที่ Cap-Martin


ส่วนเรื่องราวของลุงคอร์บที่เกิดขึ้นใน Le Petit Cabanon จะเป็นยังไงนั้น ก็คงต้องเอาไว้คราวหน้า เพราะตอนนี้คนเขียน Blog นี้เริ่มขี้เกียจเสียแล้วล่ะ เฮอๆ ^_^


*หมายเหตุ--จดหมายที่ลุงคอร์บเขียนถึงมิมี่แปลจากจดหมายที่ลงในจดหมายข่าวของ Fondation Le Corbusier ฉบับที่ 27--มีนาคม 2005

+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+
Book bought:
-นิตยสารสารคดี ฉบับ 269--กรกฎาคม 2550
Book read:
-The Narrow Road to Oku--Matsuo Basho(Translated by Donald Keene)

2 comments:

grappa said...

ขำวงเล็บๆ แซวคุณลุงอ่ะ

จี้ชอบ John cage ไหม
พี่ว่าจี้น่าจะชอบนะ ( คิดเอง 55 )
อยากอ่านจี้คุยกับ จอห์น เคจ

Anonymous said...

เคยเห็นรุปถ่ายภายในของกระต๊อบหลังนี้ น่าประทับใจเหมือนกันครับ

รถเล็ก